January 1, 2017

คำแนะนำในการดำน้ำอย่างปลอดภัย (Safety tips for diving)

by poonpetch in bigbubble, news, Reading

การดำน้ำล้วนมีความเกี่ยวข้องกับความเสี่ยง เพราะว่ามนุษย์เราทุกคนเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ต้องหายใจด้วยอากาศ และไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อหายใจใต้น้ำ ถ้าทุกคนยอมรับและตระหนักถึงธรรมชาติของมนุษย์ในข้อนี้

ชีวิตที่แปลกประหลาด ในสิ่งแวดล้อมที่เราไม่คุ้นเคย ดังนั้นทุก ๆ ขณะที่เราอยู่ใต้น้ำเราก็จะอยู่กับสภาวะที่มีความเสี่ยงตลอดเวลา ดังนั้นนอกจากเราจะต้องมีความรู้ ความสามารถในทฤษฎีการดำน้ำ แล้วการเลือกใช้อุปกรณ์ดำน้ำที่มีความน่าเชื่อถือ มีประสิทธิภาพก็มีความสำคัญไม่แพ้กันครับ

คำแนะนำสำหรับการดำน้ำ ต่อจากนี้ไปจะเป็นประโยชน์กับการดำน้ำของคุณเป็นอย่างมาก และนอกจากนี้ผมขอแนะนำให้คุณศึกษาเพิ่มเติม ในส่วนของข้อกำหนดหรือกฏเฉพาะสำหรับการดำน้ำหลักสูตรพิเศษอื่น ๆ

  1. Be trained by a recognized agency การเป็นนักดำน้ำที่ปลอดภัย จำเป็นต้องได้รับการฝึกสอน จากครู หรือองค์กรที่น่าเชื่อถือ ยอมรับได้ และมีความรับผิดชอบ (มีความสามารถในการจัดการอันตราย หรือปัญหารที่เกิดขึ้นระหว่างการฝึก และการดำน้ำได้) โดยให้นักดำน้ำได้รับรู้ถึงปัญหา และอันตรายที่คุณจะได้พบเจอ ขณะอยู่ใต้น้ำ และรับรู้ถึงวิธีการหลีกเลี่ยง หรือลดโอกาสที่จะเกิดปัญหาต่าง ๆ ได้

ความสามารถในการควบคุมปัญหาใต้น้ำเป็นคุณสมบัติที่ดีของ Instructor หรือ Divemaster

  1.  Be sure that you are medically fit for diving มั่นใจว่าคุณเป็นผู้มีความสมบูรณ์ทางการแพทย์ ในที่นี้หมายถึงการไม่เป็นโรค หรือการเจ็บไข้ได้ป่วย แม้ว่าการเจ็บป่วยบางชนิดจะสามารถเข้าร่วมกิจกรรมดำน้ำได้ก็ตาม แต่คุณต้องตระหนักไว้ตลอดเวลาว่า การเจ็บป่วยที่ผลโดยตรงกับการดำน้ำนั่นมีความเสี่ยง ซึ่งคุณจะต้องยกเลิกการดำน้ำนั้นเพื่อความปลอดภัย เช่น การเป็นหวัด มีน้ำมูก การเป็นโรคหอบ หืดรุนแรง โรคปอดทุกชนิด โรคติดบุหรี่หรือ สุราเรื้อรัง เป็นต้น รวมถึงผู้ที่มีอายุเกิน 40 ปีขึ้นไปควรเข้ารับการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอนะครับ

อย่าคิดว่าคุณแข็งแรง !!! หมั่นตรวจร่างกายกับแพทย์อยู่เสมอเพื่อยืนยันว่าคุณพร้อมกับการดำน้ำ

  1.  Be sure that you are physically fit for diving เหนือสิ่งอื่นใด คือการมีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์ และแข็งแรง นั่นก็ย่อมส่งผลให้สุขภาพจิตของคุณดีตามมาด้วยครับ คุณไม่จำเป็นจะต้องวิ่ง หรือว่ายน้ำต่อเนื่องให้ได้วันละ 5 กิโลเมตรแบบทหาร เพียงแค่ออกกำลังกาย อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4 วัน ก็เพียงพอที่คุณจะมีร่างกายที่แข็งแรงเพียงพอกับการจัดการเกี่ยวกับกิจกรรมดำน้ำที่คุณเข้าร่วม และปัญหาต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ครับ

การออกกำลังกายสม่ำเสมอช่วยให้สุขภาพร่างกาย และจิตใจของคุณพร้อมเสมอกับการดำน้ำ

  1. Thoroughly prepare and check your gear prior to diving การเตรียม และตรวจสอบอุปกรณ์ดำน้ำอย่างถี่ถ้วนก่อนทำการดำน้ำ ตั้งแต่การตรวจสอบ O-ring ที่วาล์วคอถังดำน้ำ ประกอบอุปกรณ์ และเก็บสาย SPG และ Alternate Air Source ให้เรียบร้อย ก่อนการดำน้ำก็ควรจะตรวจสอบความพร้อมก่อนการดำน้ำ (Pre-Dive Safety Check) หรือBWRAF นั่นเอง เพียงเท่านี้คุณก็จะดำน้ำได้อย่างปลอดภัยไร้กังวลครับ

การจัดเตรียมอุปกรณ์ดำน้ำให้พร้อมและเป็นระเบียบเรียบร้อยเป็นสิ่งที่ควรกระทำให้เป็นนิสัย

  1. Choose dives that match your training, experience and confidence อันนี้มันแน่นอนอยู่แล้วนะครับ เราควรตระหนักอยู่เสมอว่าขอบเขตของการดำน้ำของคุณอยู่ขั้นใด และระดับใด เช่นความลึกที่สามารถดำน้ำได้ อุปกรณ์เฉพาะสำหรับการดำน้ำ ชนิดของอากาศผสมพิเศษเป็นต้น อย่ามั่นใจเกินไปว่าคุณก็ทำได้เหมือนคนอื่น ตราบใดที่คุณยังไม่ได้เรียนและได้รับการฝึกฝนมา อย่าริ หรืออย่าลองในสิ่งใหม่ที่ไม่คุ้นเคย มีคนกล่าวว่าอุบัติเหตุทางการดำน้ำมีจำนวนน้อยที่เกิดจากอุบัติเหตุที่คาดไม่ถึง และสุดวิสัย แต่สถิติของอุบัติเหตุที่เกิดจากการละเลยถึงข้อกำหนด และการอวดรู้ของนักดำน้ำเองนั้นมีมาก

การดำน้ำลึก หรือเรือจมที่มีซากปรักหักพังควรได้รับการอบรมก่อน เนื่องจากแหล่งดำน้ำดังกล่าวมีความเสี่ยง

  1. Listen to your inner voice จะกล่าวให้ดูดีก็คือถามใจของตัวคุณ ก่อนถ้ารู้สึกตื่นเต้น รนราน จนควบคุมไม่ได้ หรือคิดว่าทำแล้วจะเกิดอันตราย และเกินความสามารถของคุณ ทั้งนี้อาจเกี่ยวข้องทั้งสภาพของร่างกายและจิตใจ ให้คุณระงับหรือยุติการฝึก และการดำน้ำได้ด้วยตัวของคุณเอง ครูฝึกหรือบัดดี้จะถามคุณอีกครั้งแต่จะไม่มีการบังคับคุณอย่างแน่นอน เพราะนั่นหมายถึงการก้าวเข้าสู่ความเสี่ยงและอันตราย

ถ้ารู้สึกว่าร่างกายและจิตใจไม่มีความพร้อมต่อกิจกรรมดำน้ำให้ยุติทันที อย่าเสียดายเงิน

  1. Watch your ascent rate on all dives จงสังเกตอัตราเร็วในการขึ้นทุก ๆ dive ไม่เฉพาะการขึ้นสู่ผิวน้ำเท่านั้น ยังหมายรวมการว่ายขึ้นสู่ที่ตื้นกรณีที่คุณดำน้ำอยู่ในที่ลึก เช่นการว่ายขึ้นตามสายทุ่นในการดำน้ำลึก หรือสายทุ่นของเรือจมต่าง ๆ เป็นต้น ความเร็วที่เหมาะสมโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 18 เมตร/นาที แต่ความเร็วที่แนะนำต่ำสุดของสถาบัน DAN อยู่ที่ 10เมตร/นาที ถือว่าเป็นความเร็วที่ปลอดภัยที่สุด และความเร็วนี้ถูกบรรจุ ลงในโปรแกรมของ Dive Computer รุ่นใหม่ ๆ ด้วย นั่นหมายถึงคุณจะมีความเสี่ยงที่จะเกิด Decompression Sickness น้อยลงนั่นเอง (กรุณาสอบถามครู หรือตัวแทนจำหน่าย Dive computer ถึง Model และอัตราเร็วในการขึ้นสู่ที่ตื้นที่ปลอดภัยกับการดำน้ำ ก่อนการซื้อทุกครั้งนะครับ)

ควบคุมอัตราการขึ้นให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมด้วยการควบคุมแรงลอยตัว หรืออาจใช้สายทุ่นช่วยก็ได้

  1.  Complete safety stops on all dives that exceed 10 meter dept ควรทำ safety stop ที่ความลึก 5 เมตรเป็นเวลา 3 นาที เมื่อดำน้ำที่มีความลึกมากกว่า 10 เมตร ขึ้นไป ประเด็นนี้คือการรณรงค์ให้ทำการปลดปล่อยไนโตรเจนที่ละลายอยู่ในร่างกายของนักดำน้ำ ออกไปส่วนหนึ่งก่อนกลับขึ้นสู่ผิวน้ำ แน่นอนว่าการกระทำนี้เป็นการลดความเสี่ยงที่จะเกิด Decompression Sickness ได้ และมันก็เป็นสิ่งที่ดีมากทีเดียวครับ (แต่ถ้าคุณได้ตั้งใจศึกษาอย่างลึกซึ้งคุณก็จะทราบว่า บางครั้งการทำ safety stop ไม่จำเป็นต้องทำเสมอไปในทุกครั้งของการดำน้ำ) โอกาสหน้าจะเล่าให้ฟังนะครับ

สำหรับการทำ Safety Stop ที่เหมาะสม คือความลึก 5 เมตร เป็นระยะเวลา 3 นาที

  1. Always dive with a buddy ดำน้ำร่วมกับคู่บัดดี้เสมอ แม้ว่าคุณจะได้บัตรดำน้ำระดับ Open Water Diver แล้วก็ตาม คุณสามารถดำน้ำได้เองเป็นอิสระจาก Divemaster หรือ instructor แต่คุณต้องดำน้ำในระบบบัดดี้ หรือเป็นกลุ่มเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยในการดำน้ำ ไม่เฉพาะตัวคุณเองแต่รวมถึงเพื่อนของคุณด้วย

การดำน้ำร่วมกับคู่บัดดี้นอกจากจะสร้างความสนุกสนานแล้วยังหมายถึงการดูแลซึ่งกันและกัน

  1. Plan your dive วางแผนการดำน้ำของคุณด้วยตัวของคุณเอง ร่วมกับกลุ่มที่เราไปดำน้ำร่วมกัน แม้ว่าจะได้ฟังการบรรยายจาก Divemaster ประจำเรือแล้วก็ตาม อย่าลืมศึกษาแผนที่ของแหล่งดำน้ำที่เราเข้าร่วม เรื่องของความลึกสูงสุดที่เราจะไป เวลาสูงสุดที่จะดำน้ำ หรือเวลาใดที่เราจะกลับขึ้นสู่เรือ รวมถึงสัญญาณมือพื้นฐานและสัญญาณมือที่ใช้ในกลุ่มของคุณด้วย

การวางแผนการดำน้ำกระทำได้หลายวิธีจาก RDP ชนิดต่าง ๆ ซึ่งเปรียบเสมือนผู้ช่วยของคุณ

  1. Plan your dive so you surface with a minimum of 50 bar วางแผนการดำน้ำโดยการขึ้นสู่ผิวน้ำด้วยความดันอากาศที่เหลืออยู่ต่ำสุด 50 bar อย่าคิดว่าเรามันเป็นอากาศเสียนะครับ แต่มันจะเป็นการรับประกันว่าการเหลืออากาศไว้ปริมาณนี้ก่อนขึ้นสู่ผิวน้ำคุณจะสามารถจัดการกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับคุณได้หลายกรณีอย่างปลอดภัยครับ

อย่าใช้อากาศจนหมดหรือเหลือไม่เพียงพอกับการรับมือต่อสถานการณ์ปัญหาเพียงเล็กน้อย

  1. If you have had a layoff from diving, or you have been unwell, do some easier dives to regain your confidence and skill หากคุณเว้นว่างจากการดำน้ำ หรือยังคงป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่มีผลกระทบมากมายต่อการดำน้ำ แต่อย่างว่านะถ้ามีโอกาสก็อยากจะดำน้ำอีกสักที ขอแนะนำให้คุณเริ่มจากการดำน้ำอย่างง่าย ๆ ก่อน เช่นแนวปะการัง น้ำนิ่ง ๆ ไม่ลึกมากนัก จะเป็นการดีซึ่งจะทำให้คุณเกิดความมั่นใจ และได้เป็นการฟื้นฟูทักษะการดำน้ำของคุณด้วยครับ อย่าเลือกดำน้ำลึก หรือดำน้ำในบริเวณเรือจมที่มีกระแสน้ำแรงเป็นอันขาดนะ ขอให้ยืดระยะไปสักนิดจะปลอดภัยกว่าครับ

แนวปะการังน้ำตื้นหรือพื้นที่คลื่นลมสงบ เหมาะสมกับการฟื้นฟูทักษะการดำน้ำอย่างยิ่ง

  1. Revise your skills regularly ปรับปรุง หรือทบทวนทักษะการดำน้ำของคุณอย่างสม่ำเสมอนะครับ การดำน้ำใช่ว่าจะแค่เพียงลงไปค้นหา และสำรวจสิ่งสวยงามเพียงอย่างเดียว แม้ว่าสภาพแวดล้อมที่คุณไปจะไม่ถูกใจสักเท่าไหร่ อย่า! ปล่อยเวลาให้ผ่านพ้นไป จงใช้ทุกเวลาที่อยู่ใต้น้ำฝึกฝน และพัฒนาทักษะการดำน้ำของคุณอย่างสม่ำเสมอนะครับ ไม่ว่าจะเป็นทักษะง่าย ๆ อย่างการเคลียร์หน้ากาก และ regulator และที่สำคัญคือแรงลอยตัว และ Buddy breathing เป็นต้น นอกจากนี้การศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นก็จะสามารถช่วยคุณได้เช่นกันครับ

ทักษะบางอย่างถ้าไม่ได้ทำเป็นเวลานานอาจติดขัด ดังนั้นจงฝึกฝนประหนึ่งเหมือนการตักอาหารใส่ปาก (ซึ่งทำเป็นแล้วไม่มีลืม)

  1. Log your dives บันทึกประวัติ และเรื่องราวการดำน้ำของคุณลงในสมุดบันทึกการดำน้ำ (Log Book) ของคุณ สิ่งที่คุณจดก็เหมือนประวัติศาสตร์ที่คุณสร้างขึ้นเองกับมือ อีกทั้งยังเป็นคู่มือที่ดีในการกลับมาดำน้ำยังจุดดำน้ำจุดเดิม ว่ามีสิ่งใดน่าสนใจ หรือมีสิ่งใดที่ต้องพึงระวังบ้าง เช่นกระแสน้ำ ทัศนวิสัยใต้น้ำ หรือสัตว์น้ำที่อาจก่อให้เกิดอันตราย นอกจากนี้การจดLog Book ยังเป็นหลักฐาน ที่ร้านดำน้ำหรือครูฝึกต้องการตรวจสอบก่อนเข้าร่วมกิจกรรม หรือการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นด้วยครับ วันนี้คุณจด Log Book หรือยัง

การจดบันทึกเรื่องราวของคุณลงใน Log Book อาจทำให้คุณอมยิ้มทุกครั้งที่ได้กลับมาอ่านมัน